Error ไม่ เอ๋อเหร๋อ (1)

posted on 28 Aug 2011 20:31 by first-english in EasyEnglish
 
มีใครรู้สึกเหมือนกับหัวข้อตอนนี้บ้างครับ

ข้อสอบ Error Identification หรือ Error Recognition นั้นเป็นรูปแบบ
ยอดฮิตของข้อสอบต่างๆ ทั้งข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยและข้อสอบวัดความรู้
เพื่อเรียนต่อในระดับต่างๆ อย่างเช่น GAT, O-NET, TOEFL, CU-TEP, TU-GET เป็นต้น
 
จากชื่อตอนนี้ "แอร์เร่อะ ไม่ เอ๋อเหรอ" (สำเนียงมาเต็ม อิอิ) ก็เพราะ
ทั้งจากประสบการณ์ที่ผ่านมาของตัวผมเอง และจากที่ได้ยินมาจากน้องๆนักเรียน
จำนวนมาก ที่มักจะมองว่าข้อสอบประเภทนี้ค่อนข้างยาก และหาจุดผิดไม่เจอ หรือ
มองๆดูแล้วมันถูกทุกข้อเลยนะ เอ๊ะ มันยังไงกัน !!! ฮ่าๆ
 
 
เอาล่ะครับ เรามาทำความรู้จักกับข้อสอบแบบนี้กันอีกซักที  
ผมอยากให้ข้อสอบ part นี้ เป็นข้อสอบที่ทุกคนทำคะแนนได้ดี และดู
"เป็นมิตร" กับเรามากขึ้น   ผมเชื่อว่าทุกคนทำได้แน่นอน!!



Remember: 

ตรงนี้ผมอยากให้เข้าใจว่า การทำข้อสอบแบบหาข้อที่ผิดนั้น:

1. ไม่จำเป็นต้องรู้ความหมายของคำศัพท์ทุกคำที่มีอยู่ในโจทย์ครับ
[บางข้อไม่จำเป็นต้องรู้ความหมายเลยซักคำ ก็ทำได้แล้ว]
 

2. ไม่จำเป็นต้องแปลให้ได้ "ทุกคำ" เพื่อหาคำตอบที่ถูกต้อง 
 

3. รู้จัก Parts of Speech ในภาษาอังกฤษ 
[Ex. Noun, Verb, Adjective, Adverb, Preposition, Conjunction, etc.]
 

4. รู้จักโครงสร้างประโยคพื้นฐาน(คร่าวๆ)ในภาษาอังกฤษ
[Simple, Compound, Complex รวมถึง วลี (phrase) และอนุประโยค(clause)]  
 

5. เข้าใจเรื่อง Subject & Verb Agreement 


6. คำตอบหลายๆข้อ จะเป็นจุดที่ "ง่าย" และ "คาดไม่ถึง" เสมอ 
 
 
 
เพียงแค่นี้เพียงพอที่จะทำคะแนนข้อสอบแบบ Error Identification ได้แล้วครับ

ก่อนอื่น มาดูที่มาที่ไปของข้อสอบแบบนี้กันก่อน

... ... ...

Error Identification นั้นมาจาก

Error = ข้อผิดพลาด + Identification (n.) ซึ่งมาจาก Identify (v.) = ระบุ

หรือ การระบุหาข้อผิดพลาดในประโยคนั่นเองครับ ซึ่งถ้าใครคุ้นๆคำว่า

Identity ที่แปลว่า ตัวตนของเรา หรืออัตลักษณ์ ก็มาจากคำศัพท์ตัวเดียวกันเลยครับ

Identity ก็คือ something that can be identified who you are.  

... ... ...
 
 

ข้อสอบก็จะให้ประโยคภาษาอังกฤษมา และจะขีดเส้นใต้คำหรือวลีต่างๆ 4 แห่งเพื่อให้
เราเลือกว่า ตรงไหนที่เป็นจุดที่ผิดในประโยคนั้น ตรงนี้เป็นหนึ่งในจุดอ่อนของข้อสอบ
ประเภทนี้ครับ (และเป็นจุดแข็งของเราไปโดยปริยาย คิๆ) เพราะ


1. เราไม่ต้องรู้คำตอบที่ถูกต้องเสมอไปเพื่อตอบได้ถูกต้อง แต่..เราสามารถวิเคราะห์ข้อ
ที่ถูกต้องข้ออื่นๆ จนเหลือข้อเดียวที่เราสงสัย ก็สามารถตอบได้เช่นกัน

2. เราไม่จำเป็นต้องแก้ให้ถูกต้อง (ตรงนี้ตอนทำข้อสอบจริง คงไม่มีเวลามาดูว่า ตรงนี้ผิด
แล้วจะแก้เป็นอะไรดี ถ้ามั่นใจ ตอบได้เลยครับ แต่การวิเคราะห์ข้อสอบอย่างเช่นในตอนนี้
เราควรจะรู้คำตอบที่แก้ให้ถูกต้องด้วยก็จะเข้าใจมากขึ้น ก่อนสอบจริง ^^)

3. ข้อที่โจทย์ไม่ได้ขีดเส้นใต้มาให้ครับ เราสามารถยึด context เหล่านี้เป็นหลักในการ
ตอบได้ครับเพราะคำพวกนี้ ยังไงก็ "ถูก" ล้านเปอร์เซ็นแน่นอน Wink

(ex. บางข้อที่เป็น parallel structure หรือโครงสร้างที่ต้องต่อเนื่อง สมดุลกัน
อย่างเช่นทำกริยามา 3 อย่าง 2 คำแรกมาเป็น -ing หมดเลย มีแกะดำตัวสุดท้าย
เป็น V. ธรรมดา
อันนี้ก็เสร็จเราครับ) 
 
 

ไปดูตัวอย่างกันครับ

(GAT มีนาคม 2553)

Today, the enemy is within a radicalism that, 
like
Frankenstein's monster, have turned on its former patron. 


ข้อสอบ Error Identification ก็จะมีหน้าตาประมาณนี้ครับ 
ก่อนเราจะไปวิเคราะห์ข้อสอบกัน  กฎง่ายๆและเป็นกุญแจสำคัญของการทำข้อสอบแบบนี้คือ

"หา Subject และ Verb ในข้อนั้นให้เจอครับ" อย่าลืมว่าเรื่อง

Subject & Verb Agreement สำคัญมาก !!! 



ลองวิเคราะห์จากข้อตัวอย่างข้างบน หาประธานกันก่อน

เก่งมากครับ...!!!
 

Today, the enemy is within a radicalism that, like Frankenstein's monster,
have turned on its 
former patron. 


ตัดสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับประโยคออกไป ต้องเข้าใจธรรมชาติของภาษาอังกฤษครับ 
พี่แกชอบขยายๆๆๆ แทรกอยู่ตรงนู๊นบ้างตรงนี้บ้าง .. ลองตัดมันออกครับ เชือดดด (*0*)

Todaythe enemy is within a radicalism that, like Frankenstein's monster,
have turned on its 
former patron.  

(like Frakenstein's monster เป็นเพียงแค่วลีที่เข้ามาขยายเท่านั้นเองครับ ซึ่งเราต้องรู้ว่า
ในที่นี้ like คือ preposition ที่แปลว่า "คล้าย" หรือ "เหมือนกับ" ไม่ใช่ Verb ที่แปลว่า "ชอบ")


พอตัดส่วนขยายไปแล้ว เราจะเห็นว่า ประโยคจริงจริ๊งของมัน จะมีอยูู่แค่ 

The enemy is within a radicalism that 
have turned on its former patron.  
 

ลองหา Verb ของประธานตัวแรกดูครับ (ที่ผมบอกว่าตัวแรกเพราะว่า ใน 1 ประโยคอาจมี
ประธานและกริยาได้มากกว่า 1 ชุด อย่างเช่นในข้อนี้ครับ) 

The enemy is within a radicalism that have turned on its former patron.  


ใช่แล้วครับ  Verb คือเจ้า is นั้นเอง ส่วนที่ตามมาด้านหลังนั้นคือส่วนเติมเต็มของประธาน

The enemy is within a radicalism that have turned on its former patron.  


เสร็จแล้วเหลือบไปมองส่วนที่เหลือด้านหลังดูครับ เราเจอ that ซึ่งเป็น relative pronoun
ว่าแต่มันคืออะไรล่ะ pronoun คือคำสรรพนามหรือคำแทนคำนามใช่ไหมครับ
มันมีคำว่า relative มาขยาย แปลว่า อะไรที่เกี่ยวข้อง หรือ ญาติ
สรุป มันก็คือสรรพนามที่ 
เกี่ยวข้องกับคำนามที่มันขยาย(ข้างหน้า) นั่นเอง

ตรงท่อนหลังนี้เราเรียกกันว่า that clause (แปลง่ายๆว่าประโยคย่อยที่ขึ้นต้นด้วย that) 
แปลว่า เจ้า that มีศักดิ์เท่ากับคำนามคำนึงเลย 
 
                                           
The enemy is within a radicalism that have turned on its former patron.  
                                          ↑_ _ _ _ _↑

สรุปแล้ว that ขยายคำนามคำไหนหนอ ??? ก็คือคำนามข้างหน้าของมันครับ
คำว่า.. radicalism นั่นเองครับ ภาษาไทยมักจะแปล that ว่า "ที่ซึ่ง" หรือ "ซึ่ง"

ดูต่อไปครับ... เราเห็น have turned ซึ่งเป็น verb แน่นอน (present perfect) 
แปลว่า เราเจอ ประธาน และ กริยา ชุดที่สองในข้อนี้แล้วครับ !!!


The enemy is within a radicalism that have turned on its former patron.    
        ↑_____↑                    
    _____↑                
                                                   l___________l

"ทำไมถึงต้องมี that ครับ  เพราะว่า ประโยคนี้เราต้องการจะเขียนต่อไปจากประโยคแรกว่า
ไอ้ radicalism เนี่ยมันจะทำยังงี้ๆต่อไป ซึ่งเราไม่สามารถใส่ verb ต่อท้าย radicalism ได้
ใช่ไหมครับ เพราะแม้มันจะเป็นคำนามก็จริง แต่อยู่ในส่วนขยาย(สีส้ม)เท่านั้น ไม่สามารถ
มาเป็นประธานแบบเต็มๆ(สีแดง)ได้ทันที เลยต้องมี that มาช่วยครับ แต่คำว่า that เอง
ก็ได้อิทธิพลมาจาก 
radicalism หรือจะเรียกได้ว่า ทั้ง radicalism และ that
คือคำๆเดียวกันนั่นเอง"


พอวิเคราะห์มาถึงตรงนี้ อย่าเพิ่งเหนื่อยซะก่อนนะครับ ที่มันเยอะเพราะผมต้องพิมพ์
ขั้นตอนการวิเคราะห์ลงไป จริงๆแล้ว ใช้เวลาไม่นานครับ และเราก็ใกล้จะได้คำตอบแล้ว !!!


สังเกตประธานกริยาทั้งสองคู่ดูครับ 

คู่ที่หนึ่ง เป๊ง ไม่ใช่มวย !! คือ The enemy + is   
(enemy เอกพจน์ กริยาเป็น is ถูกต้องนะคร้าบ บ บบ)


กับคู่ที่สอง  that (a radicalism) + have turned
(radicalism เอกพจน์  กริยาเป็น have turned แอร๊ย..นี่มันพหูพจน์ชัดๆ !! บางคนอาจจะ
บอกแล้วจะรู้ได้ไงว่า radicalism เป็นเอกพจน์ ส่วนใหญ่พวกคำนามประเภท ซึ่มๆ
(ไม่ใช่ซั่มๆนะ) ที่
แปลว่าลัทธิหรือความเชื่อต่างๆ จะเป็นคำนามเอกพจน์โดยธรรมชาติ
ของมันครับ เช่น  nationalism, buddhism, communism, etc. แถมมี article "a"
มานำหน้าให้ด้วยแน่ะ)
 
 

เพราะฉะนั้น.. ตัวอย่างข้อนี้จึงตอบข้อ 3 have ครับ แก้เป็น has เพื่อให้สอดคล้องกับประธาน
ของมัน


Today, the enemy is within a radicalism that, like Frankenstein's monster,
have turned on its 
former patron. 
       
 
อย่างข้อนี้ เราหาคำตอบได้จากหาประธานกริยา และจับคู่โป๊ะเชะ ก็เจอจุดผิดแล้วโดยที่ไม่ต้อง
วิเคราะห์อันอื่นเลย ที่ผมให้ตัดส่วนที่ไม่จำเป็นออก ก็เพื่อให้เราหาประธานและกริยา
ได้ "เร็ว" และ "ง่ายขึ้น" ครับ)
 
ในการทำข้อสอบจริง เราอาจไม่มีเวลาพิจารณา choice อื่นๆ แต่ถ้ามีเวลาเหลือก็กลับ
มาเช็คอีกทีนึงได้ครับ  

 
สังเกตว่าเราได้คำตอบมาโดยที่ไม่ต้องแปลอะไรทั้งสิ้นในข้อนี้ครับ
ทั้ง enemy, radicalism, และ patron ^^


แต่ไหนๆแล้ว มาดูตัวเลือกแต่ละตัวกันเล่นๆได้ครับ

1. within  = within เป็น preposition ซึ่งสามารถตามหลัง V. to be ได้อยู่แล้ว
เหมือน preposition อื่นๆ (เช่น I am about to leave. หรือ The file was on the cabinet.)
ซึ่ง V. to be ในข้อนี้คือ is  และตามด้วยคำนาม a radicalism
 

2. like = เป็น preposition อีกแล้วครับ อย่างที่ผมบอกไปตอนแรกว่ามันไม่ใช่ verb
นะครับ เพราะประธานและกริยาทุกตัวในข้อนี้มี verb เป็นของตัวเองอยู่แล้ว
ส่วนวลี like Frankenstein's monster เป็นเพียงวลีที่มาขยายเท่านั้น 
แถมมี comma คร่อมอยู่ด้วย  like จึงแปลว่า คล้าย หรือ เหมือน ซึ่ง
เป็นการยกตัวอย่างเปรียบเทียบเท่านั้นครับ เช่น
America, like Japan, is one of the biggest industrial countries in the world.
 

4. former =  เป็น adjective ครับ ที่แปลว่า "ก่อนหน้า" ซึ่งขยาย patron (n.)
อยู่ ก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ



ก็ขออนุญาตจบตอนที่ 1 ไว้เท่านี้ก่อนนะครับ
ผมว่าจะเข้ามาอัพให้บ่อยกว่านี้ แต่ก็หาช่องว่าง(ของเวลา)แทรกตัวมาเขียนไม่ได้ซักที ^^''

เอาเป็นว่า เจอกันตอนหน้าเร็วๆนี้แน่นอนครับ  

Comment

Comment:

Tweet

งงจิงๆเลย มันเยอะไป มีวิธีอธิบายง่ายกว่านี้ไหมครับsad smile embarrassed

#3 By phone (103.7.57.18|125.27.212.116) on 2012-09-01 23:40

ขอบคุณที่ติดตามครับผม big smile

ช่วงนี้งานเยอะมากมาย ต้องทำวิจัยด้วย

จะพยายามอัพภายในอาทิตย์หน้าครับ ^^

#2 By first-english on 2011-08-31 10:24

ชอบคับ จะตั้งใจรอตอนหน้า big smile big smile big smile

#1 By Captain A (118.172.203.36) on 2011-08-29 23:31