Error ไม่ เอ๋อเหร๋อ (2)

posted on 21 Sep 2011 10:26 by first-english in EasyEnglish
 
 
ต่อกันกับภาคสองของ "แอร์เร่อะ ไม่ เอ๋อเหร๋อ" นะคร้าบบบ
ใครที่ยังไม่ได้อ่านตอนแรกก็ลองแวะเข้าไปเยี่ยมชมตอนแรกก่อนได้ครับ

----> http://first-english.exteen.com/20110828/error-1


. . .
 
 
 
เอาล่ะครับ..เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปติดตามตอนที่สองกันดีกว่า
รับรองว่าทำข้อสอบ Error คราวหน้า ไม่เอ๋อเหร๋อ แน่นอนครับ Embarassed 

ข้อสอบประเภท Error Identification สามารถนำเรื่องต่างๆในภาษาอังกฤษ
มาออกได้ค่อนข้างหลากหลาย ทั้ง parts of speech, S & V agreement,
word choice, etc. แต่ก็มีขอบเขตของมันอยู่ครับ
 
ผมคงไม่สามารถนำข้อสอบทุกแบบมาให้ดูภายในครั้งเดียวได้  
อาจจะบางรูปแบบที่น่าสนใจ เพื่อเป็นแนวทางในการวิเคราะห์ข้อสอบ
ที่เข้าใจง่ายและไม่ซับซ้อนครับ  
 
 

ไปดูข้อนี้กันครับ ...
 
(GAT กรกฎาคม 2552) 

(1)Although many eateries publish caloric information 
on their web sites, or even on food (2)packaging,
advocates of labeling say (3)diners need to be able
to 
read the information (4)while-decided what to do.
 
 
เรามาลองดูโครงสร้างของข้อนี้กันดูเล่นๆครับ (ยังไม่ต้องสนใจคำตอบนะ) 

สำหรับคนที่ยังมองประโยคยุ่งๆยาวๆไม่ออก ลองค่อยๆวิเคราะห์ไปพร้อมๆกันครับ 
 
สแกนประโยคคร่าวๆ เราจะเห็นว่ามันแบ่งออกเป็นสองส่วน
 
 
 
Sentence overview
 
ส่วนแรกคือ

Although many eateries publish carolic information on their web sites,
or even on food packaging, ...
 
สังเกตว่าตรง or even on food packaging เป็นส่วนขยายเพิ่มเติมออกมาจากข้อความ
ข้างหน้า ว่านอกจากจะ on their web sites แล้ว ยังมีที่ on food packaging ด้วยนะเนี๊ย
 
 
 
ส่วนที่ 1 ของข้อนี้จบลง มีครบทั้ง Subject และ Verb (และแอบมี Object มาด้วย)
ใครเห็นบ้างเอ่ย...
 
                           S.              V.                 O.
Although many eateries publish carolic information on their web sites,
or even on food packaging, 
 

ตามนี้เลยครับ ส่วนที่ตามมาด้านหลังที่ผมบอกไปว่าเป็นส่วนขยาย ก็ทำหน้าที่เป็น
adverb phrase ขยาย (V.) publish ว่า ไอ้ carolic information เนี่ย มันถูก
publish ที่ไหนบ้าง
 
 
พูดง่ายๆ ถ้าเรียกตามหน้าที่แล้ว "on their web sites"  
มันจะเป็น adv. phrase ครับ เพราะขยาย verb --> publish

และถ้าเรียกตามรูปร่างหน้าตาของมัน จะเป็น prepositional phrase เพราะ ขึ้นต้นด้วย
คำบุพบท on นั่นเอง
 
 
 
***
สรุปในส่วนนี้ เป็นเพียงแค่ Clause (dependent clause / subordinate clause) เท่านั้น
แปลว่า เป็นเพียงอนุประโยคที่ไม่สามารถยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง ต้องพึ่งพาอีกประโยค
ที่สมบูรณ์กว่าครับ (ไม่งั้นมันคงเรียกว่า sentence ไปแว้ว อิอิ)

เอ๊ะ... มันยังไงกัน
 

ถึงแม้พี่แกจะมี subject และ verb ครบสมบูรณ์ แต่ลองสังเกตดีๆครับ 
คำแรกขึ้นต้นด้วยคำว่า although = แม้ว่า ซึ่งเป็นคำสำคัญที่ทำให้ประโยคนี้เพิ่งตัวเองไม่ได้ !!
 
 
เพราะถ้าเราแปลดูมันจะได้ว่า...
 
 
"แม้ว่า eateries หลายๆแห่งจะตีพิมพ์ข้อมูลเกี่ยวกับแคลอรี่
บนเว็บไซต์ของตนเอง หรือแม้กระทั่งบนหีบห่อของอาหาร...." 
 
(อย่าลืมครับว่า ไม่ต้องไปใส่ใจมากเรื่องคำศัพท์แปลกๆที่เราไม่คุ้นเคย แต่เราดู
หน้าที่ของมัน เดาความหมายจากบริบทรอบๆมันได้ หรือแม้แต่กระทั่งวิเคราะห์
จากหน้าตาของมันครับ อย่างอันนี้ eatery ก็น่าจะเกี่ยวกับเรื่องกินแน่นอน) 

(Eatery [n.] = ร้านอาหาร หรือภัตตาคาร)
 
 
แปลเสร็จแล้วรู้สึก หงุดหงิดยังไงไม่รู้ เป็นเหมือนกันหรือเปล่าครับ ฮ่าๆ 
เพราะความหมายของประโยคมันยังไม่จบในท่อนนี้นั่นเอง เนื่องจาก
Dependent clause ยังต้อง depend (พึ่งพา) อีก clause นึงที่สมบูรณ์ครับ

เดาจากชื่อได้เลยก็คือ Independent clause (หรือ clause ที่เป็นอิสระ
พึ่งพาตัวเองได้ และมีศักดิ์เท่ากับ sentence เลยทีเดียว)
ซึ่งกำลังจะตามมาติดๆกันเลยครับ... 
 
 
 
มาถึงตรงนี้อาจจะมีบางคนบอกว่า เหมือนจะนอกเรื่องการวิเคราะห์ไปหรือเปล่า

จริงๆก็ไม่ใช่ซะทีเดียวครับ เพราะว่า ผมอยากให้เรามองโครงสร้างภาษาอังกฤษ
 
ให้ออกก่อน เมื่อเราคุ้นเคยกับตรงนี้แล้ว การที่เราจะวิเคราะห์ต่อไปก็ไม่ใช่เรื่อง
 
ยากอีกต่อไปครับ  พักสักแป๊ป..แล้วไปต่อกันเลย ^^
 
 

 
ส่วนที่ 2...
 
advocates of labeling say diners need to be able to read the
information
while-decided what to do.
 
เอาล่ะครับ หา Subject Verb (ชุดแรก) กันเลย 
 
                S                   V
advocates of labeling say diners need to be able to read the 
information 
while-decided what to do.
 

คำนามหลักคือ advocates ครับ มี of ตามมาแสดงว่าเป็นส่วนขยาย
เราสามารถใส่วงเล็บไว้ได้เพื่อไม่ให้สับสน = advocates (of labeling)
 

ยังครับ.. Subject และ Verb ยังมีอีกชุดนึง 
 
                                                         S        V
advocates of labeling say (that) diners need to be able to read the 
information 
while-decided what to do.
 
 
ตรงนี้มีการละ that ไว้ครับ เพื่อให้ประโยคกระชับขึ้น ส่วนท่อนที่เหลือข้างหลัง need 
 
...to be able to read the information while-decided what to do.

ก็เป็นการขยายความว่า need อะไร ยาวไปจนจบประโยคนั่นเอง  
 
 
 
วิเคราะห์โครงสร้างพอคร่าวๆไว้เท่านี้ก่อนครับ ผมมีข้อสังเกตอย่างหนึ่ง
ในข้อสอบข้อนี้ ประโยคที่ขึ้นต้นด้วย although ในภาษาอังกฤษ
ประโยคที่ตามมาข้างหลังจะมีความหมายตรงข้าม และไม่มี but มาเชื่อมนะครับ อย่างเช่น

EX.) Although she can drive a car, she cannot ride a motorcycle. 

แม้ว่าเธอสามารถขับรถยนต์ได้ แต่เธอไม่สามารถขับรถจักรยานยนต์ได้
 
ในภาษาไทยเรามีคำว่า "แต่"  ในขณะที่ภาษาอังกฤษไม่มีนะตัวเธอ... Foot in mouth
 
 
 

Analysis...
 
เรามาดูโจทย์กันอีกที (รอบที่เท่าไหร่แล้วเนี่ย ฮ่าๆ) และหาคำตอบกัน!


(1)Although many eateries publish caloric information 
on their web sites, or even on food (2)packaging,
advocates of labeling say (3)diners need to be able 
to read the information (4)while-decided what to do.
 
 
 
(1)Although

เมื่อกี้เราแบ่งประโยคออกเป็นสองส่วนแล้วใช่ไหมครับ ที่นี้ ตัวเลือกที่ 1 เนี่ย
โจทย์ให้ (1)Although มา เพราะฉะนั้นประโยค สีน้ำเงิน และสีแดง ต้องมีความหมายตรงข้ามกัน
 
 
ซึ่งถ้าเราจะตีตวาม (แบบคร่าวๆพอครับ ไม่ต้องแปลทุกตัว) เราก็จะเห็นว่าท่อนแรก

ความหมายไปในทำนองว่า แม้ว่ามีการตีพิมพ์ข้อมูลบางอย่างลงไปบนเว็บไซต์
หรือบรรจุภัณฑ์อาหาร 

ส่วนข้อความที่สอง...

advocates กำลังบอกว่า diners ต้องสามารถอ่านข้อมูลเหล่านั้นได้ขณะที่ตัดสินใจ
ไปด้วย (ว่าจะซื้อไม่ซื้อ)

 
ถ้าเราพิจารณาจากตรงนี้ ก็จะสรุปได้ว่า although สามารถใช้ได้ครับ ชิวๆ ผ่านฉลุย...
 
 
 
(2) packaging

มาดูอันที่สอง (2) packaging เป็นคำนามที่แปลว่า หีบห่อ ครับ โดยมี food ที่
เป็นคำนามเหมือนกันมาขยายอยู่ข้างหน้าอีกที = food packaging
ข้อนี้ไม่มีปัญหาอีกเช่นกัน เพราะตามหลัง preposition 'on' เป็่น noun / V.ing ได้ครับ
 

 
(3) diners

ตัวเลือกที่ 3 เป็นคำนามครับ diners อยู่ในรูปพหูพจน์ ไม่รู้จักคำนี้ก็ไม่เป็นไรครับ
แค่รู้ว่าเป็น Noun ก็โอเคแล้ว แต่เราสามารถวิเคราะห์จากหน้าตาของมันดูได้
dine (ไดน์) เป็นกริยา แปลว่า รับประทานอาหารเย็น มาจาก dinner นั่นแหละครับ
ส่วนเจ้า dine ถูกเติม r เข้าไป ก็กลายเป็น "คน" นั่นเอง 

ตรงนี้เป็นการพูดถึงคนที่รับประทานอาหารทั่วๆไป เลยเป็นรูปพหูพจน์ครับ
อาจจะสังเกตเพิ่มจากกริยา need ซึ่งก็ไม่ได้เติม s หรืออะไรแปลกประหลาด
สัมพันธ์กับประธาน diners  ข้อนี้ก็..โอเคครับ 
 
 
(4) while-decided 

เอาล่ะครับ ข้อสุดท้ายนี้ ก็คงจะเป็นคำตอบของเราแล้ว (ก็แน่นอนล่ะสิ อิอิ) 
จริงๆแล้ว ถ้าเราลองดู คำว่า while นั้นหมายความว่า "ขณะที่"
ถ้าเราย้อนกลับไปที่โจทย์ เราจะเห็นว่า

diners need to be able to read the 
information while-decided what to do.

ผู้บริโภคต้องสามารถอ่านข้อมูลเหล่านั้นได้ "ขณะที่" ตัดสินใจ (ด้วยตัวเอง)
ตรงนี้ไม่ต้องมีใครมาตัดสินใจให้ครับ ซึ่งโดยปกติ while นั้นจะตามด้วย V. ing
หมายความว่า ในขณะนั้น และยังให้ความหมายว่า ประธานเป็นคนทำเองด้วย

เราจึงต้องใช้เป็นรูป V. ing ครับ = while deciding 

________________________________________________________________
 
 
 
จบไปแล้วกับข้อสอบ Error ที่ดูย๊าวยาว แต่จริงๆแล้วก็ไม่มีอะไรเลย (ใช่ไหมครับ Smile)
อยากให้ผู้อ่านทุกคน โดยเฉพาะน้องๆที่กำลังจะสอบ ฝึกทำแบบฝึกหัดประเภทนี้
บ่อยๆครับ เราจะคุ้นเคยกับลักษณะข้อสอบมากขึ้น และรู้ว่าข้อสอบมักจะออกจุดไหนบ้าง

หวังว่า "Error ไม่ เอ๋อเหร๋อ" ตอนนี้คงจะไม่ยาวเกินไปนะครับ แฮ่ๆ
ผมไม่สามารถนำข้อสอบหลายๆข้อมาใส่ไว้ในตอนเดียวได้
หวังว่าจะพอเป็นแนวทางให้กับหลายๆคน นำไปใช้ในการสอบจริงได้นะครับ...


การฝึกฝนนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ที่จะพาเราไปสู่ความสำเร็จครับ ^^ 
 

Comment

Comment:

Tweet

#4 By (122.155.34.65|122.155.34.65) on 2015-09-03 13:20

ขอบคุณมากคับ ได้ประโยชน์มากเล้ยย อยากอ่าน ตอน 3 ต่อจัง

#3 By มีน (180.180.96.221) on 2012-01-01 22:36

ขอบคุณครับ

ตอนนี้ยังไม่มีโครงการต่อภาค 3 เลยครับ

ฮ่าๆ confused smile

#2 By first-english on 2011-10-05 23:33

จารออ่าน Error ไม่ เอ๋อเหร๋อ #3 อีก big smile

#1 By Captain A (180.180.184.114) on 2011-10-01 21:36