เพิ่มคลังศัพท์กับ suffix

posted on 28 Feb 2012 21:04 by first-english in EasyEnglish




คิดถึงทุกคนจริงจริ๊ง Wink


ขอบคุณจากใจที่แวะเข้ามาเยี่ยมกันบ่อยๆ Surprised

กลับมาคราวนี้ก็ ตามที่สัญญาไว้ครับ มาพร้อมกับตอนใหม่ คู่แฝดของตอนที่แล้ว

Prefix --> http://first-english.exteen.com/20111130/prefix

 
 

ในเมื่อมี prefix ฉันใด ก็ต้องมี suffix ฉันนั้น  

ส๊าาาธุ.. (ไม่ใช่และ) 

 
 
เข้าเรื่องดีกว่าครับ... ^^
 
suffix หรือ ส่วนเติมท้าย

ก็คือสิ่งที่เราเติมเข้าไปข้างหลังคำๆหนึ่ง

มันอาจจะรวมร่างกับ root หรือรากศัพท์บางคำก็ได้เช่นกัน




ที่คำศัพท์ภาษาอังกฤษมีจำนวนมาก ส่วนหนึ่งก็มาจากพวกนี้แหละครับ
เติมตรงนู๊นบ้างตรงนี้บ้าง จนกลายเป็นคำหลายคำแต่ยังคงความหมายเดิมอยู่

ลองดูตัวอย่างคำนี้ครับ

Create (v.)

คำในตระกูลนี้มีอะไรอีกบ้าง ลอง list ออกมาดูกันดีกว่า..

creative (adj.) / creatively (adv.) / creator (n.) / creation (n.) / creativity (n.)

ลองเอามาแต่งเป็นประโยคดูซิ อิอิ
 


"A creator creatively creates his creation with his creativity."



โอ้ว..อะไรกัน ???

creator = ผู้สร้าง ครับ เค้าผลิตผลงานออกมาอย่างสร้างสรรค์
(creatively creates) อันนี้ create เป็น verb ถูกขยายด้วย adv. creatively 
กรรมคือ his creation ครับ (ผลงานของเค้านั่นเอง) แต่ไม่ใช่ทำออกมาเฉยๆนะ
ทำด้วยความสร้างสรรค์ของเค้าเอง (his creativity) 

อาจจะสงสัยว่ามันจะสร้างสรรค์อะไรกันเยอะแยะ ฮ่าๆ จริงๆมันจะไม่เยอะขนาดนี้ครับ
ประโยคนี้ผมจงใจเอามาต่อกันเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นเฉยๆ Foot in mouth
 
 
 
 


ในทางภาษาศาสตร์ จะแบ่ง suffix ออกเป็น 2 แบบครับ
 

A. Derivational Suffixes 

(ไม่ต้องสนใจชื่อมันครับ ฮ่าๆ) suffix ประเภทนี้จะถูก

เติมเข้าไปแล้วจะไปเปลี่ยน part of speech ของคำคำนั้นครับ
อย่างเช่น

kind (adj.) ใจดี ใจกว้าง  ใส่ -ness เข้าไปข้างหลัง ป๊าป..
กลายเป็น kindness (n.) ความใจดี 

จาก adjective (kind) กลายเป็น ---> noun (kindness) ไปซะแล้วล่ะครับ อั๊ยย่ะ!


 
 
B. Inflectional Suffixes

แบบที่สองนี้เป็น suffix ที่เรียกได้ว่า เติมเข้าไปปุ๊ป ไม่ส่งผลต่อ part of speech ของ
คำๆนั้นครับ คำไหนเป็น noun ก็ยังคงเป็น noun อยู่เหมือนเดิม
อ่าว.. แล้วมันเติมมาเพื่ออะไรล่ะเนี่ย  ไปดูตัวอย่างคร่าวๆดีกว่า...




Johnny -- Johnny's 
(แสดงความเป็นเจ้าของ: possession)
 

class -- classes
(พหูพจน์: plurality)
 
go -- goes
(กริยาใน Present Tense พวกเติม -s, -es น่ะครับ)

 want -- wanted
(กริยาใน Past Tense ทั้งหลายครับ แบบที่เติม -ed)  
 
 
 
 

. . . . . . . . . .

พอเห็นภาพของ suffix ทั้งสองแบบคร่าวๆนะครับ
ไม่ต้องไปกังวลเรื่องชื่อเสียงเรียงนามของมันผมต้องใส่ไว้เพื่อความถูกต้องเฉยๆ ^^ 
แค่เข้าใจภาพรวมว่า suffix แบบแรก ใส่ปุ๊ป เปลี่ยน part of speech (word class)

ส่วนอีกแบบไม่มีผลอะไรทั้งสิ้น ก็ perfect แล้วครับ 

. . . . . . . . . . 

 


 Suffix ที่ผมจะนำมาให้ดูในตอนนี้
จะเป็นแบบแรก (derivational) ทั้งหมดนะครับ

คือมันจะไปเปลี่ยนชนิดของคำนั่นเอง

ในตอนนี้มีทั้งหมด 4 แบบครับ

- Noun-forming suffixes 
- Verb-forming suffixes
- Adjective-forming suffixes และ
- Adverb-forming suffixes 
 

 
อ่า.. เกริ่นมานานแล้ว ไปโล๊ดด..

 
_________________________________________________________________
 
 

 
 1.) Noun-forming suffixes

suffix ประเภทนี้อยู่ในตระกูลที่เมื่อเติมแล้ว
จะไปเปลี่ยนให้คำนั้นกลายเป็น noun ครับ

 
 
 
[-ness]

คำที่จะตกเป็นเหยื่อของ -ness นั้นส่วนใหญ่มักเป็น adjective ครับ หุๆ

dark (adj.) ---> darkness (n.) ความมืด
A: Hey, dude! Where do you live?
B: (ทำหน้าหลอนๆ) In the darkness.... (พร้อมลากเสียงยาว) 

happy (adj.) ---> happiness (n.) ความสุข 
 

careless (adj.) ---> carelessness
(n.) ความประมาท

คำนี้มีข้อสังเกตนิดนึงครับ รูป adjective ของมันคือ careless ซึ่งถูก suffix (-less) 
เติมเข้าไปก่อนแล้ว (เป็น care + less) แล้วตามด้วย suffix อีกตัวนึงคือ -ness ครับ
ซ้อนสองกันเลยทีเดียว งานนี้ตำรวจเรียกแน่ๆ เอิ๊ก
 
 
 
 
 
[-al]

หลายคนอาจจะสงสัยว่า เอ.. suffix "-al" นี้ เป็น adjective ไม่ใช่หรอ
ใช่ครับ... suffix ประเภทนี้เติมแล้วเป็น adjective ซะส่วนใหญ่ แต่ก็ยังมี
บางส่วนที่เติมแล้วกลายเป็น noun อยู่บ้าง ลองไปดูครับ
 

arrive (v.) ---> arrival (n.) การมาถึง
แปลเป็นไทยแล้วได้ประมาณนี้อ่ะครับ ฮ่าๆ คือภาษาไทยกับอังกฤษจะต่างกันหลายๆแง่
ภาษาไทยไม่มีคำนามที่ให้ sense แบบนี้ และมีก็หลายคำในภาษาอังกฤษที่ไม่มีแบบของเรา
 

 approve (v.) ---> appro
val (n.) การรับรอง
 

survive (v.) ---> survival (n.) การมีชีวิตรอด 
เราอาจเคยเห็นอีกคำที่คล้ายๆกันคือคำว่า survivor นะครับ เป็นคำนามเหมือนกันเป๊ะ
แต่ว่า suffix -or (เออร์) นั้นให้ความหมายว่า เกี่ยวกับคน   
survivor ก็คือผู้รอดชีวิต (วุฮ่าๆ แล้วก็กระอักเลือดตายไปในเวลาต่อมา RIP.)
 
 
 
 
 
 
[-ance] / [-ence]
 
significant (adj.) ---> significance (n.) ความสำคัญ
คำว่า important ที่เราใช้กันบ่อยๆ รูปคำนามก็คือ importance ทำนองเดียวกันเลยครับ
 

diligent (adj.) ---> diligence (n.) ความขยัน 
 
 
prefer (v.) ---> preference (n.) สิ่งที่เราชอบ
prefer (พริ เฟอร์) / preference (เพ็พ เฟ่อะ เริ่นซ์) 
 
 
 
 
 
[-cy]

accurate (adj.) ---> accuracy (n.) ความถูกต้อง แม่นยำ
 

vacant (adj.) ---> vacancy (n.) พื้นที่ว่าง หรืออะไรที่มันว่างอยู่ครับ
คำนี้อย่าอ่านว่า "วาแค๊น" นะครับ  คำนี้อ่านว่า "เว๊เคิ่น" หรือ "เว๊เคิ่นสิ" 
 
 
competent (adj.) ---> competency (n.) ความสามารถ ชำนาญ
คำนี้แปลกอย่างนึงครับ มันมีฝาแฝดมันด้วยคือคำว่า competence (n.) เป็นคำนามเหมือน
กันเดี๊ยะๆเลยล่ะครับ แต่ไปใช้ suffix -ence แทน เฮ่อ.. เยอะเนอะ ฮ่าๆ - -'' 
 
 
 
 
 
[-dom]
 
มีหลายคำที่เรารู้จักเลยล่ะครับที่เอา suffix ตัวนี้ไปใช้ 
 
free (adj.) ---> freedom (n.) อิสรภาพ 
 
 
king (n.) ---> kingdom (n.) ราชอาณาจักร
คำนี้ไม่เปลี่ยน part of speech ซะทีเดียวครับ 
แต่เป็นการยืมคำเดิมคือ king แล้วเอามารวมกับ dom จนเกิดเป็นอีกความหมายหนึ่ง
ซึ่งหมายถึงดินแดนที่ปกครองโดยกษัตริย์ครับ ^^ 
 
 
bore (n./ v.) ---> boredom (n.) ความน่าเบื่อ
bore เฉยๆเป็นคำนามเหมือนกันครับ ใช้เรียกคนที่ทำตัวน่าเบื่อ หรือสถานการณ์ที่เซ็งๆ
และ bore เฉยๆ สามารถเป็น verb ได้ อีกด้วย แปลว่า ทำให้น่าเบื่อ

Ex. His joke really bores me. (มุกไอ้หมอนี่ไม่ฮาแล้วยังจะพาเซ็งเป็ดอีก)

ส่วน boredom นั้นให้ความหมายมาจาก bored (adj.) รู้สึกเบื่อ