ศาสนากับภาษาอังกฤษ

posted on 04 Jun 2012 10:53 by first-english in EasyEnglish

[Entry updated!]


บางคนเห็นหัวข้อตอนนี้แล้ว ถึงกับทำจิตใจสงบเสงี่ยม หันไปกราบเบญจางคประดิษฐ์ 3 ครั้ง
พร้อมกับล้มตัวลงนอนแน่นิ่ง และหลับไหลไปกับห้วงภวังค์แห่งจิตอันสงบ... Undecided



ไม่มีอะไรครับ แค่อยากจะบอกว่า เห็นตอนที่เกี่ยวกับศาสนาหรืออะไรทำนองนี้แล้ว
อย่าเพิ่งส่ายหน้า งอน.. แล้วเดินจากไปอย่างเงียบๆ Cry

จริงๆแล้วผมไม่ได้คิดว่าจะเขียนเรื่องแนวๆนี้มาก่อน พอดีมาตรงกับวันสำคัญ
ของศาสนาพุทธพอดี ก็เลย  อ่ะ จัดไปให้เข้ากับ theme วันนี้


คงเป็นฤกษ์พอดี...
(ดาวเสาร์แทรกดาวพลูโต ในจังหวะที่องศาของดาวหางพุ่งเข้ามาใกล้
ชั้นบรรยากาศเป็นมุมฉากพอดี..... นะ!!!)





วันนี้ (ของปีนี้) เป็นวันวิสาขบูชาพอดีครับ ซึ่งวิสาขบูชาก็คือวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้
และปรินิพพาน ทั้งหมดเกิดขึ้นตรงกันทั้ง 3 วัน

ปีนี้ยังพิเศษไปอีก หลายๆคนคงเคยได้ยินกันมา ว่าในปีนี้ (พ.ศ. 2555) มีเทศกาลที่สำคัญ
อย่างหนึ่ง ซึ่งไม่ได้เกิดทุกเดือนแน่นอน นั่นคือ "พุทธชยันตี 2600 ปีแห่งการตรัสรู้"

แถมให้นิดนึงครับ "การตรัสรู้" ของพระพุทธองค์ เราใช้คำว่า enlightenment (n.)
มาจากคำกริยา to enlighten และ adjective: enlightened

ปกติคำนี้จะใช้กับการที่เราเข้าใจ รับรู้ อะไรที่มากขึ้น กว้างขวางขึ้น
แต่ที่แนวกว่านั้นก็คือ enlightenment ยังกลายเป็นศัพท์เฉพาะที่แปลว่า การตรัสรู้
ของศาสนาพุทธด้วย! Embarassed


ใครสนใจก็ลองไปศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเฉลิมฉลองนี้ได้ครับ เราจะไม่ลงลึกขนาดนั้น
เพราะนี่ไม่ใช่บล๊อค "ธรรมะ" แต่เราอยากให้ผู้อ่านทุกคน .."ทำดี"  (แหม่.. แลดูหล่อ Surprised)


เอาล่ะครับ เกริ่นมาพอสมควร เรามาดูว่าภาษาอังกฤษที่เราสามารถนำไปใช้ในเรื่องของ
ศาสนา ในที่นี้ก็คือศาสนาพุทธนั่นเอง ว่ามีคำไหน อะไรยังไงที่น่าสนใจบ้าง

 
 
 
 
Religion (n.)
ศ า ส น า
 
เริ่มจากหัวข้อใหญ่ก่อนเลยครับ "ศาสนา" ก็คือ religion  อาจจะเจอคำนี้ตอน
กรอกเอกสารประวัติส่วนตัว หรือสมัครเรียน/ทำงาน ก็จะมี religion ให้ระบุครับ

ถ้าจะบอกว่า อะไรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของศาสนา เราก็สามารถทำให้กลายเป็น
adjective ได้ครับ ก็จะได้คำว่า religious เอาไว้ขยายคำนาม อย่างเช่น

- religious beliefs ความเชื่อทางศาสนา

หรือ สามารถใช้กับคนที่เคร่งศาสนาก็ได้

- Katy is very religious.

 
 
 
Buddhism (n.) ศาสนาพุทธ  [บุ-ดิ-ซึม]
คำนี้ก็รู้จักกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วนะครับ  แต่ศาสนาจะเกิดไม่ได้ถ้าไม่มีศาสดา
ผู้ให้กำเนิดศาสนานั้นๆ  สำหรับศาสนาพุทธก็มี องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
หรือก่อนออกผนวชก็คือ เจ้าชายสิตธัตถะ

พระพุทธเจ้า เราใช้คำว่า Buddha ครับ  ส่วนผู้ที่นับถือ หรือเรียกเต็มๆยศว่า
"พุทธศาสนิกชน" ก็จะใช้คำว่า Buddhist
 
เมื่อพระพุทธองค์ปริพิพพานไปแล้ว ก็มีการสร้างรูปจำลองขึ้นเพื่อให้ระลึกถึง
พระพุทธเจ้า ศาสดาแห่งศาสนาพุทธ และคำสอนของท่าน
เราก็จะเรียกรูปจำลองเหล่านี้ว่า Buddha image หรือ พระพุทธรูป นั่นเองครับ
 
 
 
เมื่อมีศาสดา มีศาสนา และมีผู้นับถือแล้ว จะขาดสิ่งต่อไปไม่ได้เลยก็คือ คำสอน
เราใช้คำง่ายๆเลยครับ teachings (หรือ principles) หลักคำสอนต่างๆ สังเกตว่า
มักจะเติม-s เสมอ เพราะว่าคำสอนมีหลากหลายนั่นเอง
 
 
 
 
หลักคำสอนจะสืบทอดต่อกันมายาวหลานหลายพันปีไม่ได้ ถ้าไม่มีสาวกที่คอยสานต่อ
คำสอนเหล่านั้นให้คงอยู่กับมนุษยชาติต่อไป (ดนตรีบรรเลงขึ้นพร้อมวงซินโฟนี 7 ชุดใหญ่)

อลังขนาดนั้น...
 
 
ผู้ที่สืบทอดคำสอนของพระพุทธเจ้าก็คือ พระสงฆ์ ก็จะใช้คำว่า monk (n.) [มั้งค์]
โปรดอย่าอ่านว่า "ม้ง" หรือ "ม๊อง" นะ  (เดี๋ยวตีตาย)

สังเกตว่าในแต่ละศาสนามีคำเรียกที่ต่างกัน อย่างศาสนาคริสต์ก็จะใช้คำว่า priest (n.)
ที่แปลว่า นักบวช  (แต่มีใช่ที่คอย heal วิ๊งๆให้คนอื่นนะ ไม่ใช่ละ อย่ามาติดเกม Yell)

บางคนอาจสงสัยว่า มีแค่ monk คำเดียวหรอ อยากใช้คำอื่น!!! (พร้อมกลิ้งตัวลงกับพื้น)
โอเคๆ จัดให้ครับ ... เราสามารถเรียกกลุ่มของคณะสงฆ์ได้อีกคำนึงก็คือ clergy ครับ
สื่อถึงกลุ่มใหญ่  แต่ถ้าจะแยกย่อยออกมาเป็นบุคคลก็จะเรียกว่า cleric อาจจะหมายถึง
พระสงฆ์ หรือคนที่ทำงานเกี่ยวกับศาสนาก็ได้ครับ

แต่สำหรับพระสงฆ์ในศาสนาพุทธใช้คำว่า monk เห็นภาพชัดเจนที่สุดแล้วครับ
 



แต่ก่อนที่จะมาเป็นพระสงฆ์ได้ก็ต้องผ่านการบวช ordination (n.) ก่อน
ถ้าเป็นคำกริยาคำนี้มักจะใช้ในรูป passive voice ครับ to be ordained

แต่ถ้าอายุยังน้อย ก็ต้องบวชเป็นเณรใช่มั้ยครับ ก็คือต้องไปฝึกหัดก่อน
เราเลยเรียก เณร ว่า Buddhist novice หรือ novice [นอ-วิซ] เฉยๆก็ได้ครับ
แต่คำว่า novice นั้น ไม่ได้ใช้กับศาสนาอย่างเดียว ยังหมายถึงคนที่ยังอ่อนประสบการณ์
ในการทำงานก็ได้เช่นกันนะจ๊ะ

 
 



 
 
บุคคลที่เกี่ยวข้องกับศาสนาครบหมดแล้ว ต่อไปก็เป็น "สถานที่" บ้าง
เราจะรู้จักคำว่า temple กันมาตั้งแต่ราวๆประถมต้นได้ ถูกแล้วครับ!
คำนี้ใช้กับสถานที่ในการดำเนินพิธีกรรมต่างๆ ไม่ใช่เฉพาะศาสนาพุทธเท่านั้น

หรือเป็นคำว่า shrine (n.) สถานที่บูชา หรือจะแปลว่าศาลเจ้า
(อย่าสับสนกับ shine (v./n.) ส่องแสง เงางามนะครับ รายนี้ไม่มี r นะเจ้า)

ตอนนี้เริ่มได้ยินเสียงก่นด่าจากไฮโซทั้งหลายว่า มันพื้นไป!  ใช่สิ๊...
ถ้า temple นั้นดูธรรมดาไปสำหรับคุณแล้ว ผมขอเปิดตัวคำว่า

monastery [มอ-เนิซ-ทริ / มอ-เนิซ-เถอะ-หริ] แปลได้ว่า
เป็นสถานที่ที่พระสงฆ์ใช้อยู่อาศัย อาจจะไม่เหมือน temple ซะทีเดียว
ถ้าเปลี่ยนมาเป็นภาษาไทยก็น่าจะตรงกับคำว่า "ศาสนสถาน" นั่นแล

ไม่พอครับ พิเศษสุด... ซื้อ monastery แล้ว เราแถม monastic (adj.) ไปเลย
ให้ท่านนำไปใช้ขยายคำนามที่ท่านต้องการ
อย่างเช่น monastic life = ชีวิตใต้ผ้าเหลือง
monastic ก็คือ อะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับพระ หรือการเป็นพระ ครับ

ยังไม่หมดนะ...อีกคำหนึ่งที่ใช้เกี่ยวกับสถานที่ (อาจจะไม่ใช่ทางศาสนาโดยตรง)
แต่ก็สามารถใช้ได้ก็คือ sanctuary [อ่านว่า แซ๊ง-ชุเออะ-หริ] ความหมายปกติ
ของมันก็คือ สถานที่หลบภัย ปลอดภัย หรืออีกนัยยะนึงก็คือ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์





เอาล่ะ... ที่นี้ ในสถานที่เหล่านี้มีอะไรบ้าง อย่างแรกเลยก็คือ "พิธีกรรม" หรือ
ritual (n./adj.) [อ่านว่า ริท-ชัวล์] ครับ สามารถเป็นได้ทั้งคำนามและคำคุณศัพท์
เป็นคำนามที่นับได้ เพราะมีพิธีกรรมอาจมีมากกว่า 1 ขึ้นไป

ถ้าพูดถึงเรื่องที่เป็น "นามธรรม" หรืออะไรที่จับต้องไม่ได้ ในทางศาสนาสิ่งที่เป็นองค์
ประกอบหนึ่งก็คือ "ความศักดิ์สิทธิ์" ครับ ซึ่งมักจะมาในรูปของ adjective
ก็จะมี 2 คำหลักๆให้เราเลือกใช้ อันได้แก่ holy [โฮว-ลิ] และ sacred [เซ-คริด]


การกราบไหว้บูชาจะใช้คำว่า worship (n./v.) เป็นได้ทั้งนามและคุณศัพท์
เช่นเดียวกันครับ ผู้ที่นับถือ เราจะเปลี่ยนเป็น worshipper (n.)


ส่วนใหญ่เราก็มักจะไปกราบไหว้บูชากันที่ "โต๊ะหรือแท่นบูชา" ซึ่งก็จะมี
ศัพท์ที่ค่อนข้างเฉพาะเอาไว้เรียกสิ่งนี้ นั่นก็คือคำว่า altar ครับ [ออล-เท่อะ]

 


 
 
ถ้าพูดถึงศาสนาพุทธ สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ การทำบุญ ใช่มั้ยครับ
บุญ ก็คือ merit [เม-หริท]  ทำบุญก็จะใช้เป็นวลี to make merit ครับ

ทำบุญก็ต้องมาคู่กับการทำทานแน่นอน เราสามารถใช้ to give alms ในกรณี
นี้ได้เลย คำว่า alms [อามส์] นั้นเป็นรูปพหูพจน์เสมอนะครับ
มันคือ สิ่งของต่างๆที่เรามอบ/บริจาคให้กับใครก็ตาม

อย่าเขียนผิดเป็น arms เชียวล่ะ! แทนที่จะให้ทาน บริจาคสิ่งของ
กลายเป็นแจกอาวุธ หรือไม่ก็ตัดแขน แล้วยื่นให้ (โหดแท้เหลาาา)


อีกสิ่งหนึ่งที่อยู่คู่กับเราชาวพุทธมาโดยตลอดและสามารถทำได้ทุกที่ก็คือ
"การสวดมนต์" ซึ่งในแต่ละศาสนาก็มีวิธีการและจุดประสงค์ต่างกันไป
โดยเราจะใช้คำว่า to pray (v.) [เพรย์] ตอนพูดต้องออกเสียง อาร์ นิดนึงนะครับ
เดี๋ยวจะกลายเป็น play เล่นอะไรไปซะ หรือไม่ก็ pay จ่ายมาซะดีๆ

บทสวดมนต์/การสวดมนต์ ก็มาจากคำนี้แหละครับ แต่เติมท้ายนิดหน่อย
เลยได้เป็น prayer  [เพรย์-เออร์] ออกคำหลังเบาๆ ไม่ต้องใส่เต็มทั้งสองพยางค์ครับ




อาห์... สุดท้ายนี้ สิ่งหนึ่งที่เรามักจะถูกบังคับให้ทำตั้งแต่เด็กๆ (อย่างไม่ค่อยเต็มใจ)
ก็คือ การนั่งสมาธิครับ แต่ตอนนั้นเราหารู้ไม่ว่า การนั่งสมาธิมีประโยชน์มากกว่าที่เรา
คิดจริงๆ เพราะตอนเด็กๆเราก็จะหลับตา แล้วนับถอยหลังว่าเมื่อไหร่จะเสร็จ! ฮ่าๆ

ผมก็เคยเอานิ้วโป้งมาหมุนๆตอนนั่งสมาธิ แล้วแข่งกันนับกับเพื่อนว่าลืมตาแล้วใครได้มากกว่า
กัน  เออ... เอ่าสิ! เด็กหนอเด็ก(เกรียน)


จริงๆแล้วการนั่งสมาธิให้อะไรหลายๆอย่างครับ บางทีมันก็ทำให้เราเห็นว่า
ใจเรานี่มันโครตจะอยู่ไม่สุข แว๊บไปอดีตบ้าง วาร์ปไปอนาคตบ้าง ฯลฯ

ถ้าใครมีเวลาก็ลองทำดูนะครับ บางทีบ้านเราเองก็อาจเป็นที่ที่เหมาะที่สุดก็ได้สำหรับ
คนยุคนี้  ยิ่งถ้าใครกำลังเรียนหนังสืออยู่ก็จะทำให้เรามีสมาธิขึ้นเยอะเลยล่ะ


อ่าวๆ ไหนล่ะศัพท์  มาแล้วครับบบบบ
to meditate (v.) [เมะ-ดิ-เทท] หรือคำนาม meditation



หวังว่าตอนนี้คงจะเป็นประโยชน์กับพุทธศาสนิกชน (แหม่ ใช้ศัพท์ซะ) และ
กับศาสนาอื่นๆทุกศาสนานะครับ ขอให้อิ่มบุญกับวันสำคัญวันนี้ และใช้ภาษาอังกฤษ
กันอย่างสนุกสนานดีงาม (มันเป็นยังไงวะนั่น)


ขอบคุณที่ติดตามมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นขาประจำ ขาจร ก็แวะมาเยี่ยมเยียน
กันได้ครับ บล๊อคของผมอาจจะไม่ค่อยอัพบ่อยเท่าไหร่ แต่ถ้าผมมีเวลา
ผมจะมาอัพให้ได้อ่านกันแน่นอนครับ (แก้ตัวไปเนียนๆ Wink)


แล้วเจอกันครับ  บุญรักษา... ^^



Comment

Comment:

Tweet

#6 By (118.174.205.147|118.174.205.147) on 2015-07-16 22:58

#5 By (110.171.198.189|110.171.198.189) on 2015-02-18 19:33

Thanks a lot for following my entry. ^^
Well, the word "clergy" can be pronounced like "เคล้อ-จิ" or /ˈklɜːdʒi/ as in phonetic alphabets.
confused smile

#4 By first-english on 2012-07-10 20:21

Great one! Learn a lot!
One question, how do you pronounce "clergy"?
Thx for sharing ka!!
Hot! Hot!

#3 By Z@bber on 2012-07-06 07:24

ดีมากๆอีกแล้ว กำลังอยากรู้เลยครับ มาอยู่เมื่องนอกเจอเพื่อนหลายภาษา บางทีก็อยากถามเขาอยู่เหมือนกันว่าเขาศาสนาอะไร แต่ก็ไม่มีศัพท์ในหัวเลย วันก่อนเพื่อนอิสลาม พูดคำว่า arabic people ถึงกับงงไปพักใหญ่กว่าจะเกทว่าหมายถึงคนนับถืออิสลามนั่นเอง 5 5 5 ถ้าเป็นไปได้ อยากอ่านของศาสนาอื่นดูบ้างนะ แต่แค่นี้ก็ขอบคุณจริงๆ :) Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#2 By Jingal3ell on 2012-06-29 20:18

อนุโมทนาสาธุค่า ^^
to give alms เพิ่งเคยได้ยินคำนี้ครั้งแรก
โอ้ วัดแต่ละอันเพิ่มความไฮโซขึ้นจริง ๆ >[]<

#1 By PRIMO on 2012-06-04 22:24